หน้า 2 , หน้า 3 , หน้า 4 , หน้า 5 , Next
 
คำนำ
ในส่วนนี้ผู้เขียนได้ย่อความมาจากคู่มือการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค ผู้ที่สนใจสั่งซื้อได้ โดยอ่านวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีที่ Ourservice ตรง MoneyTransfering แล้ว E-mail หรือโทรแจ้งเลข slip จากธนาคาร และแจ้งชื่อที่อยู่ให้ชัดเจน ทางเราจะจัดส่งทาง EMS ในวันรุ่งขึ้น
การย่อความเพื่อให้สะดวก รวดเร็วผู้เขียนขออนุญาตนำส่วนที่สำคัญมาลงตามใจชอบ มีการเพิ่มเติม สอดแทรกตามควร ท่านที่สนใจกรุณาติดตาม และจะเป็นกำลังใจเป็นอย่างมาก หากว่าผู้อ่านจะส่ง E-mail หรือเข้า webboard บอกกล่าวความต้องการ หากไม่ยุ่งยากเกินไป ผู้เขึยนยินดีสนองให้
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนมือใหม่ผู้ใฝ่รู้
การลงทุนในหลักทรัพย์แม้ว่าจะให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน  ดังนั้นนักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวัง และใช้หลักวิชามาประกอบการตัดสินใจ มิฉะนั้นนักลงทุนจะเสมือน กำลังตัดสินใจบนเส้นทางที่มืดมิด เพราะไม่มีหลักยึด เหมือนไม่มีแสงสว่างนำทาง ผู้ที่ไม่หาแสงสว่าง คือผู้ที่ไม่ศึกษาหาความรู้ ก็มักจะประสบชะตากรรมเหมือน ๆ เดิม เกือบทุกรอบ(cycle) คือเมื่อตลาดหุ้น panic หุ้นตกถล่มถลายจนคนส่วนใหญ่ ที่ถือหุ้นอยู่ขาดทุนอย่างหนัก ผู้ที่เดินทางในเส้นทางนี้โดยไม่มีแสงสว่าง ก็มักจะเป็นหนึ่งในคนส่วนใหญ่กลุ่มนี้ คุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาแสงสว่าง เรามาเริ่มต้องกันได้แล้ว สำหรับมือใหม่เริ่มดังนี้
1. ศึกษาหาความรู้ โดยหาหนังสือวิเคราะห์หุ้นมาอ่านทั้งของไทยและเทศ
2. ฝึกทักษะ เพื่อหาความชำนาญ
3. เปิดบัญชีกับบริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์(broker) เช่น ธนชาติ, นวธนกิจ, S-ONE, ฯลฯ
ข้อ 1 และ ข้อ 2 ต้องใช้เวลาและประสบการณ์เป็นปี ๆ เพราะความรู้บางเรื่อง ถ้าไม่ประสบกับตัวเอง จะไม่ซาบซึ่ง เปรียบเทียบได้ดังนี้
การอ่านตำรา เหมือนการดูหนังบู้ อ่านตำราพอรู้เรื่อง ก็เหมือนดูหนังรู้เรื่อง ถ้าอ่านตำราไม่รู้เรื่อง ก็เหมือนดูหนังไม่รู้เรื่อง
การฝึกทักษะลองวิเคราะห์หุ้น ก็เหมือนการได้ไปดูเขาถ่ายหนัง ได้เห็น effect ต่าง ๆ ใกล้เคียงกับความเป็นจริง
การลงทุนจริง ก็เหมือนเห็นเขายิงกันจริง ๆ เวลาบาดเจ็บ หรือตาย ก็รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าการดูหนังมากอย่างเทียบกันไม่ได้
ข้อ 1 และข้อ 2 ต้องพูดกันยืดยาว จะไว้พูดกันท้าย ๆ
การเปิดบัญชีกับบริษัทนายหน้าค้าหลักทรัพย์(broker)
นายหน้าค้าหลักทรัพย์(broker) ตามกฏหมายไทย ก็คือบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ที่ได้รับใบอนุญาตให้ค้าหลักทรัพย์ได้ นอกนั้นก็เป็น sub broker ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์เหมือนกัน แต่ไม่มีใบอนุญาตค้าหลักทรัพย์ แต่ส่งคำสั่งซื้อหรือขายผ่าน นายหน้าค้าหลักทรัพย์(broker) ที่ได้รับใบอนุญาตอีกต่อหนี่ง ไม่ว่าเราจะเปิดบัญชีกับบริษัทใดโดยทั่วไปจะเสียค่านายหน้า 0.5 เปอร์เซ็นต์ ขั้นต่ำ 50 บาทสำหรับหุ้นสามัญ ดังนั้นเพื่อให้เสียค่านายหน้าคุ้มค่า ควรสั่งซื้อหรือขายหุ้นสามัญไม่ควรให้มูลค่าต่ำกว่า 10,000 บาท                                       ในส่วน ของหน่วยลงทุนคิดร้อยละ 0.3 หรือขั้นต่ำ 30 บาท และในส่วนของหุ้นกู้และพันธบัตร 
คิดร้อยละ 0.1 หรือขั้นต่ำ 50 บาททั้งซื้อ และขาย และต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์ด้วย
นายหน้าค้าหลักทรัพย์(broker) แต่ละแห่งก็มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ กัน ต้องสอบถามรายละเอียดกันเอง แต่โดยทั่วไปแล้วจะคล้าย ๆ กัน คือใช้หลักฐานดังนี้
1. สำเนาทะเบียนบ้าน
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3. Statement หลักฐานทางการเงินจากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
4. เงินค่าอากรแสตมป์ประมาณ 30 บาท และ
เมื่อตลาดหุ้นดี นายหน้าค้าหลักทรัพย์(broker) จะเล่นตัว มักมีเงื่อนไขให้ลูกค้านำเงินมาฝากก่อนเปิดบัญชี เพื่อเป็นหลักประกันไปในตัว เวลานี้บริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่แยกออกมาจากบริษัทเงินทุน บริษัท ฯ อาจให้ลูกค้านำเงินไปฝากกับบริษัทเงินทุนในเครือ ก่อนเปิดบัญชีให้ อย่างไรก็ตามถ้าเรามีเพื่อน หรือคนรู้จัก ที่มี credit ดีเป็นผู้แนะนำไปเปิดบัญชี มักจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำเงินไปฝากดังกล่าว เว้นแต่เราจะฝากเอง เพื่อแสดงแสนยานุภาพ
เมื่อตลาดหุ้นไม่ดี นายหน้าค้าหลักทรัพย์(broker) จะตามง้อเรา ชักชวนให้มาเปิดบัญชี โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ เว้นแต่ จะเป็น นายหน้าค้าหลักทรัพย์(broker) รายใหญ่ แล้วเราเป็นลูกค้ารายใหม่ ไม่มีคนแนะนำ
เมื่อเปิดบัญชีแล้ว ก็มีสิทธิ์สั่งซื้อหุ้น หรือสั่งขายหุ้นที่เรามีอยู่ได้ คำสั่งซื้อหรือขาย จะต้องชำระบัญชีกันภายในวันที่ 4 เช่น สั่งซื้อหุ้นวันจันทร์ที่ 1 จะต้องจ่ายเงินในวันพฤหัสที่ 4 ในทางปฏิบัติจะต้องเขียนเช็คให้กับบริษัทก่อนวันดังกล่าว แล้วให้ลงวันที่สั่งจ่ายในวันพฤหัสที่ 4
ศึกษาหาความรู้
GoTop , หน้า 2 , หน้า 3 , หน้า 4 , หน้า 5 , Next